วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Assignment 6 : Adjectives




Adjective
ตำแหน่งของคุณศัพท์ ( Position )



Adjective ( คุณศัพท์ ) คือคำ ( word ) วลี ( phrase ) หรือประโยค ( sentence )    ซึ่งใช้อธิบายหรือขยายคำนาม หรือสรรพนาม ให้ได้ ความชัดเจนยิ่งขึ้น กล่าวคือเป็นการบอกให้รู้ลักษณะคุณสมบัติของนามหรือสรรพนามนั้นว่าเป็นอย่างไร เช่น good, bad, new, hot, my, this  โดยทั่วไปการวางตำแหน่ง คุณศัพท์ในประโยคจะวางได้ 2 แบบ

  • ใช้วางประกอบข้างหน้านาม ( attributive use ) ที่มันขยายShe is a beautiful girl.  เธอเป็นคนสวย ( beautiful ขยายนาม girl)
    These are small envelopes. พวกนี้เป็นซองเล็กๆ  ( small ขยายนาม envelopes)
  • ใช้วางเป็นส่วนของกริยา ( predicative use ) โดยอยู่ตามหลัง verb to be เมื่อ adjective นั้นขยาย noun หรือ pronoun ที่อยู่หน้า verb to beThe girl is beautiful. เด็กผู้หญิงคนนั้นสวย 
          (
     beautiful เป็นคุณศัพท์ที่ตามหลัง verb to be  ขยาย girl และ the เป็นคุณศัพท์ขยาย girl เช่นกัน
    These 
    envelopes are smallซองพวกนี้มีขนาดเล็ก
          (
     small เป็นคุณศัพท์ที่ตามหลัง verb to be ขยาย envelopes ,these เป็น คุณศัพท์ขยาย envelopes เช่นกัน )
    She 
    has been sick all weekเธอป่วยมาตลอดอาทิตย 
          (
     sick เป็น คุณศัพท์ ที่ตามหลัง verb to be   ขยายสรรพนาม she )
    ( You) 
    Be careful( คุณ ) ระมัดระวังด้วย 
          
    ( careful เป็นคุณศัพท์ที่ตามหลัง verb to be ขยาย you    ซึ่งในที่นี้ละไว้เป็นที่เข้าใจ ) 
    That cat 
    is fat and  whiteแมวตัวนั้นอ้วนและมีสีขาว
         
    ( That 
    เป็นคุณศัพท์ประกอบหน้านาม   fat และ white เป็นคุณศัพทซึ่งเป็นส่วนของกริยาขยาย cat
 หลักเกณฑ์อื่นๆ
1. คุณศัพท์ที่ประกอบหน้านามไม่ได้ ต้องวางหลัง verb to be หรือ linking verb* เท่านั้นเรียกว่าเป็น predicate adjective ได้แก่
 alike เหมือน
 afraid
 กลัว
 asleep หลับ
 alone
 โดยลำพัง
 awake ตื่นอยู่
 alive
 มีชีวิตอยู่
 aware ระวัง
 ashamed
 ละอาย
 afloat ลอย
 unable
ไม่สามารถ
 content พอใจ
 worth
 มีค่า
 ill ป่วย
 well
 สบายดี
 เช่น
These two women look alike. ผู้หญิง 2 คนนี้ดูเหมือนกัน ( look เป็น linking verb, alike เป็น predicative adj.)
The boy is asleep. เด็กชายกำลังนอนหลับ ( ทำเป็น attributive adj. ได้คือ The  sleeping boy. )
The sky is aglow. ท้องฟ้าสว่างไสว ทำเป็น attributive adj. ได้คือ The  glowing sky.
linking verb หมายถึง กริยาที่ใช่เชื่อมประธาน ( Subject) กับคำอื่นให้สัมพันธ์ กันเพื่อช่วยขยายประธานของประโยค ให้ได้ใจความสมบูรณ์ที่นอกเหนือไปจาก verb to beเช่น appear, become, feel, get, grow,keep, look, go, remain, seem, smell, sound, taste, turn.
 2. คุณศัพท์ที่ใช้เป็นส่วนของกริยา ( verb to be ) ไม่ได้ เช่น
 former ก่อน latter หลัง
 inner ภายใน outer นอก
 actual ในทางปฏิบัติ neighboring ใกล้เคียง
 elder อายุมากกว่า drunken เมา
 entire ทั้งสิ้น shrunken หด
 especial โดยเฉพาะ wooden ทำด้วยไม้
 middle กลาง
เช่น   A wooden heart. (ไม่ใช่  A heart is wooden )
 3. ถ้าคุณศัพท์นั้นทำหน้าที่ขยายนามหรือสรรพนามที่เป็นกรรมของประโยค ต้องวางคุณศัพท์ไว้หลังกรรมนั้นเพื่อให้ได้ความชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น
We considered his report  unsatisfactory.  เราพิจารณาเห็นว่ารายงานของเขาไม่เป็นที่น่าพอใจ
      (unsatisfactory 
เป็นคุณศัพท์ขยาย his report  ซึ่งเป็นกรรมของประโยค )
 4. เมื่อใช้กับข้อความแสดงการวัด ( measurement) วางคุณศัพท์ไว้หลังนาม หรือสรรพนาม เช่น
My uncle is sixty years old.  ลุงของฉันอายุ 60 ปี    (ไม่ใช่ My uncle is old sixty years.)
This road is fifty feet wide. ถนนนี้กว้าง 50 ฟุต    (ไม่ใช่ This road is wide fifty feet.)
 5. เมื่อคุณศัพท์หลายคำประกอบนามหรือสรรพนามเดียว จะวางข้างหน้าหรือข้างหลังก็ได้   โดยจะต้องมี and  มาคั่นหน้าคุณศัพท์ตัวสุดท้าย เช่น
The building, old and unpainted, was finally demolished.   ตึกซึ่งเก่าและสีทรุดโทรม
    ในที่สุดก็ถูกทุบทิ้ง ( วางข้างหลัง ) หรือThe old and unpainted building was finally demolished. ( วางข้างหน้า )
 He bought a new, powerful and expensive car . เขาซื้อรถใหม่ที่กำลังแรงสูงและราคาแพง หรือ 
 He bought a carnew, powerful and expensive.  
 6. คุณศัพท์วางตามหลังคำสรรพนาม ( pronoun ) ที่มันขยาย ต่อไปนี้        
 someone anyone no one everyone
 somebody anybody nobody everything
 something anything nothing everybody
เช่น
She wanted to marry someone rich and smart.  เธอต้องการแต่งงานกับใครสักคนซึ่งหล่อและรวย
I'll tell you something important. ฉันจะเล่าบางอย่างที่สำคัญให้คุณฟัง
 7. วาง คุณศัพท์ไว้หลังนามหรือสรรพนามถ้าคุณศัพท์นั้นมีข้อความ ( prepositional phrase ) ประกอบอยู่      เช่น
Thailand is a country famous for its food and  fruits.  ไทยเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในเรื่องอาหารและผลไม้
      (famous เป็นคุณศัพท์    famous for food and fruits เป็นข้อความขยายคำนาม country)
She is the woman suitable for the position. เธอเป็นผู้หญิงที่เหมาะสมกับตำแหน่ง 
      (suitable
 เป็นคุณศัพท์  suitable for the position.  เป็นข้อความขยาย  woman )
 8. คุณศัพท์บางคำมีความหมายต่างกัน ถ้าวางในตำแหน่งที่ต่างกัน เช่น
He is and old friend.  เขาเป็นเพื่อนเก่า
My friend is old.  เพื่อนของฉันสูงอายุ
The teacher was present.  ครูมาอยู่ที่นั้นด้วย
The present teacher.  ครูคนปัจจุบัน
Harry was late.  แฮรีมาสาย
The late Harry.  แฮรี่ผู้เสียชีวิตไปแล้ว
 9. กลุ่มของคำที่เป็นวลี ( phrase) หรืออนุประโยค ( clause ) เมื่อขยายคำนาม ต้องวางหลังนามหรือสรรพนามที่มันประกอบ เช่น
The woman sitting in the chair is my mother .  ผู้หญิงที่นั่งที่เก้าอี้เป็นแม่ของฉัน 
      ( sitting in the chair
  เป็นวลี ขยายคำนาม  the woman)
The man who came to see me this morning is my uncle.     ผู้ชายที่มาหาฉันเมื่อเช้านี้คือลุงของฉัน 
     ( who came to see me this morning
  เป็นอนุประโยคขยายคำนาม the man )
หมายเหตุ    ถ้านามใดมีทั้งวลี และ อนุประโยค มาขยายพร้อมกัน ให้เรียงวลีไว้หน้าอนุประโยคเสมอ เช่น
I like the picture on the wall which was  painted by my friend.     ฉันชอบรูปภาพที่แขวนบนข้างซึ่งวาดโดยเพื่อนของฉัน
      ( on the wall เป็นวลีขยาย the picture) ( which was painted by my friend เป็นอนุประโยคขยาย the picture ) 

There is only one solution possible.   (possible วางหลังคำนาม solution ) There are some tickets available.   ( available วางหลังคำนาม tickets)
 10. คุณศัพท์ที่เป็นสมญานามไปขยายคำนามที่เป็นชื่อเฉพาะ ให้วางหลังคำนามนั้นเสมอ เช่น
 Alexander the GreatWilliam the Conqueror
 11.โดยปกติคุณศัพท์จะต้องวางหลัง article ที่เป็น a หรือ an เช่น a good man   ยกเว้นคุณศัพท์ต่อไปนี้   เมื่อนำไปขยายคำนามที่เป็นเอกพจน์และนับได้ ให้วางคุณศัพท์นั้นไว้หน้า a หรือ an ได้แก่ half, such, quite,  rather และ many เช่น
John is such a good man. ( a good man เป็นนามเอกพจน์ )This is rather a valuable picture ( a valuable picture เป็นนามเอกพจน์ )
 12. เมื่อ adjective หลายคำประกอบคำนามเดียว ควรวางลำดับก่อนหลังดังนี้


Article
Demonstrative
Possessive
Indefinite
Adjective
บอกจำนวนนับ
คำอธิบายลักษณะ
นามรองทำหน้าที่คุณศัพท์
นามหลัก
คุณภาพ
ลักษณะ
รูปร่าง
ขนาด
อายุ
สี
สัญชาติ
แหล่งกำเนิด
วัสดุ
A
beautiful
old
Italian
touring
car.
An
expensive
antique
silver
mirror.
The
four
gorgeous
long-stemmed
red
roses.
Her
short
black
hair.
Our
two
big
old
English
  
sheep-
dogs.
Some
delicious
Thai
food.
Many
modern
small
brick
houses.

Adjective ในภาษาอังกฤษแบ่งออกเป็น 11 ชนิด คือ       

          1. Descriptive Adjective  คุณศัพท์บอกลักษณะ       
          2. Proper Adjective   คุณศัพท์บอกสัญชาติ       
          3. Quantitative Adjective  คุณศัพท์บอกปริมาณ       
          4. Numbearl Adjective  คุณศัพท์บอกจำนวนแน่นอน       
          5. Demonstrative Adjective  คุณศัพท์ชี้เฉพาะ       
          6. Interrogative Adjective  คุณศัพท์บอกคำถาม       
          7. Possessive Adjective  คุณศัพท์บอกเจ้าของ       
          8. Distributive Adjective  คุณศัพท์แบ่งแยก       
          9. Emphaszing Adjective  คุณศัพท์เน้นความ       
          10. Exclamatory Adjective  คุณศัพท์บอกอุทาน       
          11. Relative Adjective  คุณศัพท์สัมพันธ์





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น